ใบสั่งซื้อสินค้า (PO) คืออะไร? เครื่องมือคุมงบที่เจ้าของต้องมี
ใบสั่งซื้อสินค้าหรือใบ Purchase Order คือเอกสารสำคัญที่ผู้ซื้อออกให้ผู้ขายเพื่อยืนยันรายการและราคา ช่วยคุมงบประมาณ ป้องกันการทุจริต
10 February, 2026 by
-, Jantharat


สิ่งที่เจ้าของกิจการมักจะกังวลใจคือเรื่องเงินทุนหมุนเวียนและค่าใช้จ่าย หากเราปล่อยให้มีการซื้อของโดยไม่มีระบบตรวจสอบที่ดี งบประมาณที่ตั้งไว้อาจจะบานปลายจนกระทบต่อกำไรสุทธิ เครื่องมือสำคัญที่จะเข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้คือใบสั่งซื้อสินค้าหรือที่เรียกกันติดปากว่าใบ Purchase Order (PO) นั่นเอง ที่เข้ามาช่วยให้เราบริหารจัดการกระแสเงินสดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ใบสั่งซื้อสินค้า คืออะไร

ใบสั่งซื้อสินค้า หรือใบ Purchase Order (PO) คือเอกสารที่ฝ่ายจัดซื้อหรือผู้ซื้อเป็นผู้ออกให้กับผู้ขาย เพื่อแสดงเจตจำนงในการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ เอกสารฉบับนี้จะระบุรายละเอียดที่ชัดเจนและครบถ้วน ทั้งรายการสินค้า จำนวน ราคา และเงื่อนไขต่าง ๆ เมื่อผู้ขายตอบรับใบสั่งซื้อแล้ว จะถือว่าเกิดสัญญาซื้อขายที่มีผลผูกพันทางกฎหมายทันที ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายมั่นใจได้ว่าการแลกเปลี่ยนสินค้าและเงินตราจะเป็นไปตามข้อตกลงที่ระบุไว้ในใบ PO

ใบสั่งซื้อช่วยควบคุมงบประมาณได้อย่างไร

ใบสั่งซื้อ

การใช้ระบบใบสั่งซื้อสินค้าช่วยให้เจ้าของกิจการสามารถควบคุมงบประมาณได้ตั้งแต่ต้นน้ำ เพราะกระบวนการออกใบ Purchase Order จำเป็นต้องผ่านการตรวจสอบและอนุมัติจากผู้มีอำนาจก่อนเสมอ นั่นหมายความว่าทุกยอดการใช้จ่ายจะถูกคัดกรองความจำเป็นและความถูกต้องของราคา หากสินค้าใดมีราคาสูงเกินจริงหรือเกินงบประมาณที่ตั้งไว้ ผู้อนุมัติสามารถระงับหรือตรวจสอบแก้ไขได้ทันทีก่อนส่งถึงมือผู้ขาย ทำให้เราสามารถป้องกันปัญหาค่าใช้จ่ายบานปลายและการรั่วไหลของเงินทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนการออกใบสั่งซื้อ

  • การรับใบขอซื้อ : หน่วยงานภายในองค์กรที่มีความต้องการสินค้า ส่งเอกสารใบขอซื้อ (PR) มายังฝ่ายจัดซื้อเพื่อแจ้งความจำนง
  • การสรรหาและเปรียบเทียบราคา : ฝ่ายจัดซื้อจะทำการหาผู้ขาย และขอใบเสนอราคา (Quotation) จากคู่ค้าหลาย ๆ ราย เพื่อนำมาเปรียบเทียบเงื่อนไข ราคา และคุณภาพ ให้ดีที่สุดก่อนตัดสินใจออก ใบสั่งซื้อ
  • การจัดทำและอนุมัติใบสั่งซื้อ : เมื่อเลือกผู้ขายได้แล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะนำข้อมูลทั้งหมดมากรอกลงในระบบเพื่อสร้างใบ PO จากนั้นส่งให้ผู้มีอำนาจลงนามอนุมัติตามวงเงินที่บริษัทกำหนด เพื่อยืนยันความถูกต้อง
  • การส่งมอบเอกสารให้ผู้ขาย : เมื่อใบสั่งซื้อสินค้าได้รับการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว จะถูกส่งไปยังผู้ขายผ่านทางอีเมลหรือระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ผู้ขายรับทราบและเตรียมสินค้าตามคำสั่งซื้อ
  • การตรวจสอบสินค้า : เมื่อผู้ขายส่งสินค้ามาถึง ฝ่ายคลังสินค้าจะนำใบ Purchase Order มาเทียบกับใบส่งของ เพื่อตรวจสอบว่าสินค้าที่ได้รับถูกต้องครบถ้วนตามที่สั่งไว้หรือไม่
  • การบันทึกบัญชีและการชำระเงิน : หากสินค้าถูกต้อง เอกสารจะถูกส่งต่อไปยังฝ่ายบัญชี เพื่อทำการตั้งหนี้และเตรียมจ่ายเงินตามเครดิตเทอมที่ระบุไว้ในใบสั่งซื้อ ซึ่งถือเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ใบ Purchase Order (Po) ควรมีรายละเอียดอะไรบ้าง 

ใบ Purchase Order

ใบสั่งซื้อที่มีความสมบูรณ์และสามารถใช้เป็นหลักฐานทางกฎหมายได้อย่างมีน้ำหนัก ต้องมีความละเอียดและชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย โดยรายละเอียดที่ขาดไม่ได้มีดังนี้

  • ข้อมูลส่วนหัวเอกสาร : ต้องระบุคำว่าใบสั่งซื้อ หรือ Purchase Order ให้ชัดเจน พร้อมเลขที่เอกสาร (PO Number) รันตามลำดับเพื่อการอ้างอิง และวันที่ออกเอกสาร
  • รายละเอียดผู้ซื้อและผู้ขาย : ชื่อบริษัท ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ และเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับการออกใบกำกับภาษีในภายหลังให้ถูกต้องตาม ใบสั่งซื้อสินค้า
  • รายละเอียดสินค้าหรือบริการ : ระบุชื่อสินค้า รหัสสินค้า รายละเอียดจำเพาะ จำนวนที่สั่งซื้อ และหน่วยนับให้ชัดเจนในใบ PO เพื่อป้องกันการส่งของผิดสเปก
  • ราคาและมูลค่า : ระบุราคาต่อหน่วย ราคารวมก่อนภาษีมูลค่าเพิ่ม จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และยอดรวมสุทธิอย่างถูกต้อง
  • เงื่อนไขการชำระเงิน : ระบุเครดิตเทอม หรือเงื่อนไขการวางมัดจำให้ชัดเจนในใบสั่งซื้อ เพื่อให้ฝ่ายบัญชีวางแผนการเงินได้
  • รายละเอียดการจัดส่ง : วันที่กำหนดส่งของ สถานที่จัดส่งสินค้า และเงื่อนไขการขนส่ง ว่าฝ่ายใดเป็นผู้รับผิดชอบค่าขนส่งและความเสี่ยง
  • ลายมือชื่อผู้มีอำนาจ : ช่องสำหรับลงนามผู้ออกเอกสารและผู้อนุมัติ ใบ Purchase Order เพื่อยืนยันความถูกต้องและเป็นทางการของเอกสาร

ใบสั่งซื้อมีกี่ประเภท

รูปแบบของการทำใบสั่งซื้อสินค้ามีหลายรูปแบบ ถูกปรับเปลี่ยนไปตามลักษณะการใช้งานและความเหมาะสมของแต่ละองค์กร โดยหลักๆ แล้วเราสามารถแบ่งประเภทของใบ Purchase Order ออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

ใบสั่งซื้อแบบมาตรฐาน

ใบสั่งซื้อสินค้าแบบมาตรฐาน ใช้สำหรับการสั่งซื้อสินค้าหรือบริการที่มีความชัดเจนในเรื่องของจำนวน ราคา และกำหนดการส่งมอบในครั้งเดียว หรือเป็นการซื้อขายแบบครั้งต่อครั้ง เมื่อผู้ขายส่งของและผู้ซื้อชำระเงินตามใบ Purchase Orderแล้ว ถือว่ากระบวนการซื้อขายในรอบนั้นสิ้นสุดลง เหมาะสำหรับธุรกิจทั่วไปที่ไม่ได้มีเงื่อนไขซับซ้อน

ใบสั่งซื้อแบบกำหนดเอง

ใบสั่งซื้อสินค้าแบบกำหนดเอง หรือในบางบริบทอาจหมายถึง Planned Purchase Order คือเอกสารที่ใช้สำหรับการสั่งซื้อสินค้าที่ต้องมีการวางแผนล่วงหน้า หรือมีเงื่อนไขเฉพาะเจาะจง เช่น การสั่งผลิตสินค้าตามแบบที่ต้องระบุรายละเอียดทางเทคนิคซับซ้อนในใบ Purchase Order หรือการสั่งซื้อที่ทยอยส่งมอบเป็นงวด ๆ ภายใต้สัญญาฉบับเดียว เพื่อให้ยืดหยุ่นต่อการบริหารสต๊อกสินค้าและการผลิต

ใบสั่งซื้อแบบอิเล็กทรอนิกส์

ใบสั่งซื้อสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ (E-Purchase Order) ที่เปลี่ยนจากกระดาษมาสู่ระบบดิจิทัล การออกใบ PO ประเภทนี้จะทำผ่านซอฟต์แวร์หรือระบบ ERP ทำให้ข้อมูลถูกส่งตรงถึงผู้ขายทันที ลดความผิดพลาดจากการกรอกข้อมูลซ้ำซ้อน ประหยัดทรัพยากรกระดาษ และช่วยให้ตรวจสอบสถานะการสั่งซื้อได้แบบเรียลไทม์ รวดเร็วกว่าแบบดั้งเดิม

ใบสั่งซื้อ (PO) แตกต่างจากใบขอซื้อ (PR) อย่างไร?

ความแตกต่างของใบ PO กับใบPR

ใบสั่งซื้อสินค้า (PO) และใบขอซื้อ (PR) ทั้งสองอย่างนี้มีหน้าที่ต่างกัน ใบขอซื้อ (PR) เป็นเอกสารภายในที่พนักงานใช้ออกเพื่อแจ้งความต้องการให้ฝ่ายจัดซื้อทราบ ยังไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายกับบุคคลภายนอก ในขณะที่ใบ Purchase Order (PO) คือเอกสารภายนอกที่ฝ่ายจัดซื้อออกให้กับผู้ขาย เป็นการยืนยันคำสั่งซื้ออย่างเป็นทางการและมีผลทางกฎหมาย ดังนั้น PR คือจุดเริ่มต้น ส่วน PO คือบทสรุปของการสั่งซื้อนั่นเอง

สรุปบทความ

จากการทำความเข้าใจใบสั่งซื้อสินค้า หรือใบ Purchase Order ช่วยอุดรอยรั่วของค่าใช้จ่าย สร้างวินัยทางการเงินให้กับองค์กร และทำให้กระบวนการทำงานมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการยกระดับธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน การให้ความสำคัญกับระบบจัดซื้อและการใช้ใบ Purchase Order อย่างถูกต้อง จึงไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดที่จำเป็นต้องมี หากธุรกิจของคุณยังสั่งซื้อปากเปล่าหรือแชทไลน์สั่งของ การปรับมาใช้ระบบใบสั่งซื้อสามารถช่วยควบคุมงบประมาณให้มีประสิทธิภาพนั้นทำได้ง่ายกว่าที่คิด และยังช่วยลดปัญหาปวดหัวกับคู่ค้าในระยะยาวได้อีกด้วย

รวมคำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับใบสั่งซื้อสินค้า (Purchase Order ; PO)

ใบสั่งซื้อเป็นสัญญาประเภทหนึ่งใช่หรือไม่?

ใบสั่งซื้อสินค้าถือเป็นสัญญาซื้อขายรูปแบบหนึ่ง ในทางกฎหมายเมื่อผู้ขายได้ลงนามตอบรับ หรือมีการส่งมอบสินค้าตามรายละเอียดที่ระบุแล้ว จะถือว่าคู่สัญญาทั้งสองฝ่าย (ผู้ซื้อและผู้ขาย) ได้ตกลงปลงใจในเงื่อนไขดังกล่าว

หากใบสั่งซื้อถูกยกเลิก ควรทำอย่างไร?

ในกรณีที่ใบสั่งซื้อถูกยกเลิก สิ่งแรกที่ต้องทำคือรีบแจ้งผู้ขายให้ทราบโดยเร็วที่สุดเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อระงับการจัดส่งหรือการผลิตสินค้า จากนั้นให้ตรวจสอบเงื่อนไขที่ระบุไว้ หากมีข้อกำหนดเรื่องการยกเลิก อาจต้องเสียค่าปรับหากผู้ขายได้เริ่มดำเนินการไปแล้ว แต่ในกรณีที่ตกลงกันได้ให้ทำเอกสารยกเลิกใบสั่งซื้อในระบบ เพื่อล้างรายการตั้งหนี้และปรับปรุงงบประมาณให้กลับมาถูกต้อง ห้ามปล่อยใบสั่งซื้อสินค้าทิ้งไว้ในระบบโดยไม่จัดการเด็ดขาด

เปรียบเทียบความแตกต่าง ใบ Purchase Request (PR) Vs ใบ Purchase Order (PO) vs ใบ Request For Quotation (RFQ) Vs Vendor Bill

เอกสารทั้ง 4 ประเภทเป็นเอหสารสำคัญที่ใช้ในกระบวนการจัดซื้อ ซึ่งทำงานเชื่อมโยงกันเป็นลำดับขั้น แต่มีวัตถุประสงค์และผู้ใช้งานที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ดังนี้

  • ใบขอซื้อ (PR) ในในกรณีที่พนักงานในบริษัทแจ้งความต้องการภายในองค์กร เช่น แผนกไอทีอยากได้คอมพิวเตอร์ใหม่ ก็จะจัดทำใบขอซื้อส่งไปให้ฝ่ายจัดซื้อ
  • ใบขอเช็กราคา (RFQ) เมื่อฝ่ายจัดซื้อได้รับเรื่องจะทำการเช็กราคา โดยส่งเอกสาร Request For Quotation ไปให้ผู้ขายหลาย ๆ เจ้า เพื่อขอใบเสนอราคามาเปรียบเทียบ หาเจ้าที่มีความคุ้มค่าที่สุด
  • ใบสั่งซื้อ (PO) เมื่อเลือกผู้ขายได้แล้ว ฝ่ายจัดซื้อจะออกใบ Po เพื่อยืนยันการสั่งซื้ออย่างเป็นทางการถือเป็นสัญญาซื้อขาย เพื่อส่งให้ผู้ขายเพื่อเริ่มผลิตหรือส่งของ
  • Vendor Bill (ใบแจ้งหนี้จากผู้ขาย) เมื่อผู้ขายส่งสินค้าเสร็จสิ้น จะส่งเอกสารนี้มาเพื่อเรียกเก็บเงิน จากเรา เพื่อให้ฝ่ายบัญชีดำเนินการจ่ายชำระหนี้ต่อไป

ตารางเปรียบความแตกต่างของ Purchase Request (PR) Vs ใบ Purchase Order (PO) vs ใบ Request For Quotation (RFQ) Vs Vendor Bill

เอกสาร

ใช้ทำอะไร

สถานะเอกสาร

ใครเป็นคนออก

ส่งให้ใคร

ใบ PR (Purchase Request)

แจ้งความต้องการซื้อสินค้า หรือบริการ

เอกสารภายใน

พนักงานภายในองค์กร / แผนกต่าง ๆ

ฝ่ายจัดซื้อ จัดจ้าง

ใบ RFQ (Request For Quotation)

ขอเช็กราคา สเปกสินค้า

เอกสารภายนอก

ฝ่ายจัดซื้อ

ผู้ขาย Vendor หรือ Supplier

ใบ PO (Purchase Order)

สั่งซื้อสินค้า

สัญญาซื้อขาย

ฝ่ายจัดซื้อ

ผู้ขาย Vendor หรือ Supplier

ใบ Vendor Bill

ใบแจ้งหนี้จากผู้ขาย ใช้เรียกเก็บเงิน

เอกสารเรียกเก็บเงิน

ผู้ขาย Vendor หรือ Supplier

ฝ่ายบัญชี

เอกสาร

ใช้ทำอะไร

สถานะเอกสาร

ใครเป็นคนออก

ส่งให้ใคร

ใบ PR (Purchase Request)

แจ้งความต้องการซื้อสินค้า หรือบริการ

เอกสารภายใน

พนักงานภายในองค์กร / แผนกต่าง ๆ

ฝ่ายจัดซื้อ จัดจ้าง

ใบ RFQ (Request For Quotation)

ขอเช็กราคา สเปกสินค้า

เอกสารภายนอก

ฝ่ายจัดซื้อ

ผู้ขาย Vendor หรือ Supplier

ใบ PO (Purchase Order)

สั่งซื้อสินค้า

สัญญาซื้อขาย

ฝ่ายจัดซื้อ

ผู้ขาย Vendor หรือ Supplier

ใบ Vendor Bill

ใบแจ้งหนี้จากผู้ขาย ใช้เรียกเก็บเงิน

เอกสารเรียกเก็บเงิน

ผู้ขาย Vendor หรือ Supplier

ฝ่ายบัญชี


Share this post
Facebook LINE โทรหาเรา ส่งอีเมล